วัดลอยฟ้า The Hanging Temple

posted on 26 Mar 2013 13:17 by onionku directory Knowledge
 สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ ตอนนี้อยู่ในสภาพปิดเทอมเต็มพิกัดแล้วครับ พึ่งสอบเตรียมเสร็จด้วย เอนทรี่นี้ขออนุญาตินำท่านผู้อ่านเที่ยวชมแดนมังกรครับ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 วัดลอยฟ้า Hanging Temple

  ที่ประเทศจีน มณฑลเชียงซี ตะวันตกเฉียงใต้ของปักกิ่ง (Beijing) วัดลอยฟ้า (เสวียน คง ซื่อ) สิ่งปลูกสร้างอันมหัศจรรย์นี้ จัดเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ดูแล้ว ''ไม่มั่นคง'' ที่สุดในโลก คานไม้ยื่นออกมาจากรอบนอกของวัด ซึ่งทอดยาวไปยังพื้นผิวของหินที่ถูกสกัด (ภูเขา Hengshan)
 โครงสร้างของมันดูมีความเปราะบางมาก เสมือนกับว่า หากนำคานที่ค้ำออกไป ตัววัดจะพังลงมาทันที
 
 
  แต่ประวัติศาสตร์ได้เปิดเผยเรื่องราวบางเรื่อง วัดลอยฟ้านี้อยู่ในสภาพที่ติดกับเขามากว่า 1400 ปีแล้ว  ทุกวันนี้วิศวกรจากทั่วทุกมุมโลก เข้ามาศึกษาโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมของที่แห่งนี้
  วัดนี้ถูกสร้างขึ้นโดยนักพรตเต๋าชื่อ Liao Ran โดยเขาเริ่มต้นสร้างวัดแห่งนี้โดยตัวคนเดียว เวลาล่วงเลยกว่าศตวรรษ วัดแห่งนี้ก็เสร็จสมบูรณ์ สิ่่งที่น่าสนใจของวัดแห่งนี้คือ การผสมผสานของลัทธิเต๋า และศาสนาพุทธ
  เหตุผลที่สถานที่นี้ถูกเลือกในการตั้งวัด มาจากนักพรตเต๋า  เนื่องด้วยสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยความเงียบสงบ ที่ทำให้สามารถทำสมาธิและค้นหาเส้นทางสู่พระเจ้า แต่ในปัจจุบันสถานที่นี้คงไม่สงบสักเท่าไร เนื่องจากมันเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว
(ในจุดนี้ในต้นฉบับเขียนไว้ว่า path to god ผมเลยแปลตรงตัว หากแปลผิดอย่างไรก็ขออภัยด้วยครับ)
 
สุดท้ายนี้เป็นรูปจากเว็บ environment graffiti ครับ
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
ในส่วนของเนื้อหาอาจจะน้อยไปหน่อย ต้องขออภัยด้วยนะครับ
ขอบคุณข้อมูล
http://niceartlife.com/the-hanging-temple-xuan-kong-si-datong-china/
http://www.environmentalgraffiti.com/news-amazing-hanging-temple-hengshan
และ
ขอบคุณชื่อวัดและมณฑลจาก
http://www.flickr.com/photos/sopon/7130760191/
เอนทรี่นี้ลาไปก่อน ขอบคุณครับ
 
 
 
ก่อนอื่นก็ขอให้เครดิตก่อนเลยนะครับ ว่าผมแปลมาจาก List Verse หัวข้อ 10-ways-recycling-hurts-the-environment นะครับ หวังว่ามันคงจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านนะครับ
เริ่มเลยนะครับ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ผู้คนมักจะพูดถึงเรื่องการรีไซเคิลเป็นคล้ายๆกับการกระทำของฮีโร่ เพียงแค่ทิ้งขวดลงในถังขยะสีเขียว คุณกำลังทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้สถานที่นั้นน่าอยู่ขึ้น และแน่นอนว่า การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) ก็ช่วยโลกใบนี้ได้เหมือนกัน ........
มันอาจจะได้ผล
แต่ว่าทฤษฎีนั้นยากกว่าการปฎิบัติ และนี่ก็คือ 10 เหตุผลว่า ทำไมการรีไซเคิลถึง'ไม่'เป็นมิตรกับส่ิ่งแวดล้อม
ก่รุณาใช้วิจารณญาณในการอ่านบทความต่อไปนี้ 
 
 
10.สารปนเปื้อนออกมาหลังจากการรีไซเคิล
 
สารปนเปื้อนเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่สุดสำหรับการรีไซเคิล (แต่ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ทำไมทางเว็บจึงให้เป็นอันดับ 10)  หากวัตถุดิบที่คุณนำไปรีไซเคิล มีการปนเปื้อนของสารพิษหรือรังสีต่างๆจะเกิดอะไรขึ้น? ไม่ใช่เพียงเท่านั้น การปนเปื้อนของสารบางชนิดไม่สามารถตรวจสอบได้ ลองคิดดูว่าอาคารกว่าร้อยอาคารในเมืองๆหนึ่ง มีการปนเปื้อนของรังสีแกมมา และไม่ได้รับการตรวจสอบหลังจากผ่านไปแล้ว 12 ปี
 
9.มลภาวะทางอากาศก็เป็นหนึ่งในปัญหา
 

การรีไซเคิล เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมลภาวะทางอากาศ! คุณไม่สามารถแยกขยะที่รีไซเคิลไม่ได้และ ขยะที่รีไซเคิล จำนวนมาก แยกจากกันได้ นั่นหมายความว่า ขยะทั้งสองชนิดจะถูกเปลี่ยนไปเป็นเชื้อเพลิง โรงงานอุตสาหกรรมในวอชิงตัน ได้ใช้วิธีการรีไซเคิล เพื่อพยายามประหยัดงบประมาณในโรงงาน แต่ว่ามันสามารถลดต้นทุนได้เพียงเล็กน้อย และเกิดมลภาวะทางอากาศมากกว่าเดิมหลายเท่า
 
8.การรีไซเคิลกระดาษเป็นอันตราย!
 
เมื่อกระดาษเข้าสุ่กระบวนการรีไซเคิลมันจะถูกบีบอัด (ดูภาพด้านบนประกอบน่าจะช่วยทำให้เข้าใจมากขึ้นครับ)
จากนั้นมันจะถูกทำความสะอาด และถูกทำเป็นกระดาษแผ่นใหม่ และในช่วงกระบวนการนี้ ของเสีย อย่างเช่น เยื่อกระดาษ หมึก และสารที่ใช้ทำความสะอาด จะออกมารวมกันอยู่ในรูปที่เรียกว่า Paper Sludge  หลังจากนั้นมันจะถูกฟังกลบ เมื่อสารเหล่านี้ฝังอยู่ในดินเป็นเวลานาน สารเคมีและโลหะหนักใน Paper Sludge จะปนเปื้อนกับน้ำใต้ดิน
 
7.พลาสติกส่วนใหญ่ไม่สามารถรีไซเคิลได้

 
พลาสติกที่เราใช้กันมีทั้งหมด 7 ชนิด และมีเพียง 2 ชนิดเท่านั้นที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ และการรีไซเคิลพลาสติกก็ก่อให้เกิดสารที่เป็นอันตราย และการฟังกลบพลาสติกอีก 5 ชนิดที่เหลือ เมื่อนำไปฝังกลบก็จะเกิดสารเคมีอันตรายด้วยเช่นกัน
 
6.วิธีการในปัจจุบันยังไม่ได้ผลมากนัก
 
  พลาสติกสามารถนำไปรีไซเคิลได้ แน่นอน แต่ว่ามีเพียงพลาสติกประมาณหนึ่งเปอร์เซนต์ หรือน้อยกว่า เนื่องจากการีไซเคิลพลาสติกต้องมีค่าใช้จ่ายสูง โดยค่าใช้จ่ายของมันอยู่ที่ 4,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ต่อ 1 ตัน แต่ว่าพลาสติก 1 ตัน หลังรีไซเคิล สามารถขายได้เพียง 32 ดอลล่าร์สหรัฐ ด้วยเหตุนี้ทำให้พลาสติกมากกว่า 300,000 ตัน ถูกฝังกลบแทนที่จะถูกนำไปรีไซเคิล
 
5.การกลั่นน้ำมันทำให้เกิดสารพิษ
 
 
แน่นอนว่า'น้ำมัน' เป็นสาเหตุสำคัญของมลภาวะ มากไปกว่านั้น การนำน้ำมันที่ใช้แล้วกลับมารีไซเคิล ก็เป็นสิ่งที่เข้าท่าเช่นกัน แต่ว่าการรีไซเคิลในจุดนี้ก็ทำให้เกิดสารพิษมากขึ้นเช่นกัน

4.คุณภาพของวัตถุดิบหลังรีไซเคิล
 
อุปสงค์ของการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ทว่าการรีไซเคิลสินค้าบางชนิดไม่สามารถให้วัตถุดิบที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์นั้นได้ อย่างเช่น คุณไม่สามารถนำอะลูมิเนียมที่ได้จากการรีไซเคิลกระป๋องน้ำอัดลม ไปใช้ในการสร้างเครื่องบินหรือวงจรไฟฟ้า
 
3.ผลิตภัณฑ์บางอย่างจะดีกว่าหากไม่ได้รีไซเคิล


 การตัดไม้เป็นปัญหาหลักของการรีไซเคิล ลองจินตนาการ ถึง ป่าเขตร้อนที่มีพื้นที่หลายเอเคอร์ สัตว์เล็กๆอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข และมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้น ทั้งหมดถูกทำให้ลบหายไปอย่างรวดเร็ว! แต่ว่าไม่ต้องกังวลไป เพราะว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้น เพราะว่า 87 เปอร์เซนต์ของกระดาษผลิตมาจากไม้ปลูก สหรัฐอเมริกาตัดไม้ในพื้นที่ 15 ล้านเอเคอร์ในทุกๆปี แต่ว่าพวกเขาก็ปลูกต้นไม้ในพื้นที่ 20 ล้านเอเคอร์เพื่อทดแทนเช่นกัน ดังนั้นการรีไซเคิลแทบจะไม่มีผลต่อการลดจำนวนไม้ที่ถูกตัดในแต่ละปี
 แก้ว ซึ่งทำมาจากทราย (ทรัพยากรที่มากอันหนึ่งของโลกเรา) กระบวนการการรีไซเคิลแก้วเป็นอันตรายมากกว่าการสร้างแก้วขึ้นมาเสียอีก
 
2.การรีไซเคิลแบบ All in One นั้นไร้ประสิทธิภาพ

  การรีไซเคิลที่นิยมในปัจจุบันคือ การรีไซเคิลแบบ All in One  กระดาษ พลาสติก แก้ว และเหล็กจะถูกนำไปรวมกันในถังขยะใบเดียว ข้อดีของวิธีนี้คือ ขนส่งสะดวกและใช้เวลาน้อย แต่ว่าการรีไซเคิลแบบ All in One นั้นมีความโดดเด่นเรื่องความรวดเร็ว ซึ่งด้วยวิธินี้จะทำให้วัตถุดิบหลังการรีไซเคิลเกิดการปนเปื้อนได้ง่าย
 
1.การรีไซเคิลก่อให้เกิดแนวความคิดที่ผิด
 
   การรีไซเคิลที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัญหาทางเทคนิค แต่เกิดขึ้นจากจิตสำนึกของผู้คนต่างหาก  แนวความคิดของพวกคุณคือการนำขยะไปทิ้งในถังที่ถูกต้อง  ซื้อผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการรีไซเคิล พวกเรากำลังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และเพิกเฉยต่อมลภาวะที่เกิดขึ้น หากการรีไซเคิลได้ผลจริง ทำไมสหรัฐอเมริกายังสร้างขยะมากกว่า 250 ล้านตัน ในทุกๆปี
  การรีไซเคิลมีผลกระทบต่อพวกเรา การรีไซเคิลจะกระตุ้นการบริโภค มากกว่าการที่จะสร้างจุดมุ่งหมายเพื่อการลดการบริโภค
 
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามจนถึงข้อสุดท้ายนะครับ ผมหวังว่าเอนทรี่นี้จะมีประโยชน์กับทุกคนนะครับ หากว่ามีข้อผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ (หากเห็นข้อผิดพลาดใดๆ สามารถโพสต์ความคิดเห็นไว้ได้ แล้วทางเจ้าของบล็อกจะรีบแก้ไขให้ครับ) เอนทรี่นี้ลาไปก่อน บายครับ
ป.ล. ขอบคุณ คุณ UNK seapencil.exteen ที่ช่วยแปลในส่วนของหัวข้อที่ 3 ครับ

 

10 อาชีพที่อันตรายที่สุด!

posted on 30 Oct 2012 09:51 by onionku in Mystery directory Knowledge
สวัสดีผู้อ่านทุกท่านครับ > < 
เอนทรี่นี้พบกับ 10 อาชีพที่อันตรายที่สุดในโลก นะครับ 
-สำหรับท่านใดที่กำลังหางานใหม่อยู่นั้น กรุณาระวังอาชีพของคุณให้ดี 
ไม่แน่ว่าอาชีพของคุณอาจติดอันดับเหล่านี้
 
อันดับ 10 พนักงานขับรถบรรทุก 

 
อัตราการเสียชีวิตอยู่ 27 ใน 100,000 
เนื่องจากการฝึกซ้อมการขับขี่ยานพาหนะของผู้ขับรถบรรทุกส่วนใหญ่มีการฝึกซ้อมอย่างเล็กน้อยเท่านั้น ประกอบกับสภาพอากาศ ระยะทาง และปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย ส่งผลให้อาชีพนี้เป็นอาชีพที่อันตราย อาชีพหนึ่งเลยทีเดียว
ป.ล.ส่วนตัวผู้อ่านคิดว่าประเทศไทยค่อนข้างจะเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนอยู่แล้ว ดังนั้นอาชีพที่่เกี่ยวกับการคมนาคมทางรถยนต์น่าจะมีความอันตรายด้วยเช่นกัน
 
 
อันดับ 9 พนักงานการไฟฟ้า (เกี่ยวกับการซ่อมบำรุง/ติดตั้ง สายไฟ)
 
 
 
อัตราการเสียชีวิต 34 ใน 100,000 คน
จากภาพผู้อ่านน่าจะเห็นถึงความอันตรายของการทำงานๆนี้ นอกจากที่คุณจะเสี่ยงต่อการตกลงมาจากที่สูงแล้ว
คุณยังเสี่ยงต่อกระแสไฟฟ้าด้านบนที่อาจทำอันตรายคุณได้อีกด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมผู้คนจำนวน 34 จาก 100,000 คน ได้เสียชีวิตในการทำงานนี้
 
 
อันดับ 8 ช่างซ่อมบำรุงหลังคา

 
อัตราการเสียชีิวิต  35 จาก 100,000 คน (ห่างจากอันดับที่ 9 เพียงคนเดียวเท่าันั้น)
การแบกเครื่องมือที่มีความหนัก การปีนป่าย และการเผชิญกับสภาพอากาศด้านบน และแน่นอนว่าคุณจะไม่ได้สวมใส่เซฟตี้ใดๆทั้งนั้น ส่งผลให้อาชีพนี้มีความเสี่ยงมาก (สังเกตจากภาพแล้วมันเป็นงานที่ไม่น่าทำเอาซะเลย)
โชคดีที่ช่วงหลายๆปีที่ผ่านมามีอัตราการเสียชีวิตที่น้อยลงมาก 
 
อันดับ 7 เกษตรกร

 
อัตราการเสียชีวิต 38 จาก 100,000 คน
เนื่องด้วยครอบครัวที่มีขนาดเล็กกับธุรกิจขนาดใหญ่ ส่งผลให้เกษตรกรต้องใช้เวลาอยู่กับสารเคมีที่อันตราย
นอกจากนั้นในบางประเทศ รายได้ของเกษตรกรเป็นรายได้ที่น้อยมาก (อันนี้ประเทศเราก็เป็น ป.ล.สำหรับพืชบางชนิดเท่านั้น) 
 
 
อันดับ 6 คนเก็บขยะ 
 

 
(ถังขยะบ้านเค้าดูสะอาดมากครับ = = )
 
อัตราการเสียชีวิต 42 ใน 100,000 คน
อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ทำงานค่อนข้างหนักและได้พักผ่อนน้อย นอกจากนั้นในบางประเทศคุณอาจต้องเจอกับสภาพอากาศอันเลวร้ายอีกด้วย (ในบางครั้ง คุณอาจโดนรถชนขณะที่กำลังเก็บขยะ หรืออาจจะโดนเศษแก้วบาดขณะกำลังเก็บขยะได้เช่นกัน) แต่สิ่งที่อันตรายที่สุดก็คือ การเก็บขยะที่มีสารเคมีอันตรายเป็นส่วนประกอบ (ซึ่งอาจจะทำให้คุณเป็นโรคต่างๆ หรืออาจทำให้เสียชีวิตได้เลย)
 
 
อันดับ 5 พนักงานก่อสร้างสิ่งก่อสร้างที่มีโลหะเป็นส่วนประกอบ (มันก็แทบทุกงานเลยนะ = = )
 
 
 
อัตราการเสียชีวิต 61 จาก 100,000 คน
แน่นอนว่าอาชีพนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจ หรือโรคกลัวความสูง แน่นอนว่าถ้าคุณพลัดตกลงมา โอกาสที่จะได้รับอันตรายนั้นสูงมากแม้ว่าคุณจะสวมเครื่องป้องกันในการทำงานนี้ก็ตาม
 
 
อันดับ 4 Lumberjacks (คนตัดไม้)
 
 
อัตราการเสียชีิวิต 81 ใน 100,000 คน 
 
เนื่องด้วยเครื่องมือและสภาพอากาศที่สุดแสนจะอันตราย ผู้ทำอาชีพนี้ต้องทำงานด้วยความรวดเร็วและระมัดระวังเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังเสี่ยงต่อสัตว์และพืชต่างๆที่อาจทำอันตรายกับคุณได้ (ฟังดูแล้วเหมือนเล่นเกมอะไรสักอย่างอยู่ 55) 
 
 
อันดับ 3 กัปตันและวิศวกร (ทางอากาศ)
 

 
 
อัตราการเสียชีวิต 88 จาก 100,000 คน 
อัตราการเสียชีวิตนี้กว่าครึ่งเกิดจากการใช้เครื่องบินเพื่อการเกษตร (การฉีดพ่นสารเคมี) ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้เวลานาน ลงจอดในพื้นที่ที่ไม่ราบเรียบ และการบินต่ำเพื่อพ่นสารเคมี เมื่อเหตุผลเหล่านี้ประกอบกันอาชีพนี้จึงเกิดอันตรายมากเป็นอาชีพหนึ่งเลยทีเดียว
(ป.ล.เมื่อมองจากภาพคนส่วนใหญ่จะคิดว่าเป็นเครื่องบินเพื่อการคมนาคม มากกว่า 55)
 
 
อันดับ 2 ชาวประมง
 
 
อัตราการเสียชีวิต 142 ใน 100,000 คน (เกินร้อยแล้ว =w=)
เป็นที่รู้กันว่าอาชีพนี้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศอันเลวร้าย พายุที่มีพลังรุนแรง และคลื่นสูง ซึ่งต่างกับการอยู่บนบกคือ 'คุณไม่มีโอกาสวิ่งหนีเมื่อเผชิญกับเหตุการณ์เหล่านี้' (แน่นอนว่าถ้าคุณจะหนีด้วยเรือของคุณล่ะก็ มันก็เป็นไปได้ยากยิ่ง)
 
และแล้วมาพบกับอันดับที่ 1 อึ่ง อึ่ง อึ่ง อึ่ง อึ่ง (เอคโค่)
 
 
อันดับที่ 1 ช่างวิศวกรรมโทรคมนาคมระดับปฏิบัติการ
 
 
 
(เสาสูงจัง = = )
 
อัตราการเสียชีวิต 184 ใน 100,000 คน (เกือบ 200)
หลายคนอาจจะเลิกห่วงความอันตรายในอาชีพนี้ (เนื่องจากมีอุปกรณ์ป้องกันอย่างดี) 
ทำไมถึงอันตรายน่ะเหรอ เพราะบริษัทเหล่านี้จะพยายามสร้างเสาให้มากขึ้น สูงขึ้น และเร็วขึ้น ซึ่งมันจะส่งผลให้คุณเหนื่อยมากในการประกอบอาชีพนี้ (ผมมีลูกพี่ลูกน้องคนนึง ทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าครับ ตอนสอบมีทั้งข้อเขียน และการสอบปีนเสา) นอกจากนั้นในบางบริัษัทอาจไม่มีเครื่องป้องกันให้สำหรับคุณ และที่สำคัญเหนืออื่นใด บางบริษัทมีสิทธิที่จะไม่รับผิดชอบหากคุณเกิดอันตรายในบางกรณี (เจ็บตัวแล้วไม่ได้เงิน)
 
 
------------------------------------------------จบแล้วคร้าบ > < -------------------------------------------------------
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะครับ หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยเน้อ
เอนทรี่นี้ลาไปเท่านี้ละครับ ขอบคุณครับ
 
 

ฺBerserker

posted on 29 Oct 2012 10:58 by onionku in Mystery
หลังจากห่างหายไปนาน
เอนทรี่นี้พบกับ เบอร์เซอเกอร์ ครับ
 
 
รูปด้านบนมาจากเรื่อง Fate Stay Knight ครับ
 
  เบอร์เซอเกอร์ (Berserker)
 คือ นักรบชาวนอร์ส (นอร์ส คือ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในแถบประเทศนอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ สวีเดน และเดนมาร์ก ในสมัยก่อน ซึ่งปัจจุบันได้กระจายตัวอยู่ทั่วไปในยุโรป) ในตำนานบอกลักษณะของเบอร์เซอเกอร์ไว้ว่า เป็นผู้ที่สร้างความบ้าคลั่งให้กับตนเองเพื่อความสามารถในการรบ แต่บางตำนาแสดงลักษณะไว้ว่า เบอร์เซอเกอร์คือ ผู้ที่รับสารเคมีที่ผิดปกติเข้าสู่่ร่างกายผ่านทางอาหารที่ตนรับประทาน  
 
  ในตำนาน Hrafnsmál กล่าวไว้ว่าเบอร์เซอเกอร์มีลักษณะคือ ผู้ที่สวมหนังของหมาป่าเมื่อพวกเขาทำการต่อสู้ นอกจากนั้นในตำนานอื่นๆอาทิเช่น Úlfhéðnar ได้กล่าวไว้ว่า เบอร์เซอเกอร์คือ นักรบของเทพเจ้าโอดิน 

  
    รากศัพท์ของเบอร์เซอเกอร์
 รากศัพท์ของเบอร์เซอเกอร์มาจากคำว่า berserkir (เป็นภาษานอร์เวย์) 

    นิยามคำศัพท์สมัยใหม่
 ในปัจจุบันคำว่า เบอร์เซอเกอร์ หมายถึง บุคคลที่ต่อสู้อย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจชีวิตของตนเอง โดยศัพท์นี้ถูกใช้ครั้งแรกในสงครามเวียดนาม นอกจากนั้นคำว่าเบอร์เซอเกอร์ยังเป็นที่แพร่หลายในวีดีโอเกมต่างๆ อาทิเช่น Gear of Wars,World of Warcraft,Final Fantasy และือื่นๆอีกมากมาย
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ หวังว่าเอนทรี่นี่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่าน
พบกันเอนทรี่หน้านะครับ
=A= 
 
 
 

Elf>>Natural Bless

posted on 23 Nov 2011 08:28 by onionku in Mystery
 
 
 
 
  Elf (เอลฟ์) คือสิ่งมีชีวิตในตำนานนอร์ส (ยุโรปเหนือ) โดยเอลฟ์มีความเกี่ยวข้องกับธรรมชาติและจิตวิญญาณ โดยเอลฟ์จะอาศัยอยู่ในป่า มีใบหน้าที่งดงาม เอลฟ์มีชีวิตที่ยืนยาวหรือบางตนอาจเป็นอมตะ มีเวทย์มนตร์และมีความเฉลียวฉลาดอย่างมาก
 
  เอลฟ์ในตำนานต่างๆ มีลักษณะไม่เหมือนกันโดยจำแนกเป็นพื้นที่ต่างๆของยุโรปดังนี้
 
-เอลฟ์ของสแกนดิเนเวีย>>เอลฟ์จะมีปีกเล็กๆ (คล้ายๆแฟรี่) 
 
-เอลฟ์ของเยอรมัน>>มีลักษณะคล้ายๆมนุษย์ หากเอลฟ์เข้าฝันใคร คนนั้นจะฝันร้าย และอาจเสียชีวิตในเวลาต่อมา
 
-เอลฟ์ของอังกฤษ>>มีลักษณะคล้ายๆมนุษย์ รูปร่างสูงใหญ่ มีผู้นำเป็นหญิง ตำนานเอลฟ์ของอังกฤษมักจะถูกแทรกอยู่ในนิทานปรัมปราของอังกฤษและสก็อตแลนด์
 
 
 
----------------------------------------------------------END----------------------------------------------------------
อัพสั้น(อีกแล้ว) ขอบคุณที่ติดตามครับ